← บทความและความรู้

5 เงื่อนไขต้องรู้ก่อนขอใช้ EV Low Priority — พลาดข้อเดียวอาจเสียสิทธิ์อัตราถูก

เขียนโดย ทีมวิเคราะห์ธุรกิจ Flash Charge เผยแพร่ 13 สิงหาคม 2569
5 เงื่อนไขต้องรู้ก่อนขอใช้ EV Low Priority — พลาดข้อเดียวอาจเสียสิทธิ์อัตราถูก
สรุปสั้น

อัตรา Low Priority ให้ค่าไฟถูกจริง แต่มาพร้อมเงื่อนไขที่ต้องรักษาให้ครบ สรุป 5 ข้อสำคัญที่ผู้ลงทุน EV Station ต้องรู้ก่อนยื่นขอ อ่านจบใน 3 นาที

ก่อนยื่นขอ อ่าน 5 ข้อนี้ให้จบ

อัตรา EV Low Priority คือแต้มต่อด้านต้นทุนที่ใหญ่ที่สุดของธุรกิจสถานีชาร์จ แต่ของถูกย่อมมีเงื่อนไข และบางข้อถ้าไม่รู้ล่วงหน้าอาจทำให้เสียสิทธิ์หรือโดนบิลย้อนแบบไม่ทันตั้งตัว นี่คือ 5 เรื่องที่ต้องเข้าใจก่อนตัดสินใจ

1. ต้องยอมให้การไฟฟ้า "ลดหรือตัดไฟ" สถานีได้ชั่วคราว

นี่คือหัวใจของดีล สถานีต้องติดตั้งระบบที่การไฟฟ้าสามารถเข้าควบคุม ปรับลด หรือตัดการใช้ไฟฟ้าได้เมื่อระบบจำหน่ายเกิดข้อจำกัดทางเทคนิค ในทางปฏิบัติเหตุการณ์แบบนี้เกิดไม่บ่อย แต่ต้องเข้าใจว่าเป็นสิทธิ์ของการไฟฟ้าตามข้อตกลง และควรสื่อสารกับลูกค้าของสถานีอย่างเหมาะสมหากเกิดขึ้น

2. ต้องมีใบอนุญาตหรือหนังสือรับแจ้งจาก กกพ. ก่อน

การไฟฟ้าจะพิจารณาให้อัตรานี้เฉพาะผู้ที่มีสถานะถูกต้องตามกฎหมายพลังงาน คือมีใบอนุญาตประกอบกิจการจำหน่ายไฟฟ้า หรือหนังสือรับแจ้งการประกอบกิจการพลังงานที่ได้รับการยกเว้น จากสำนักงาน กกพ. อย่างใดอย่างหนึ่ง ยังไม่มีเอกสารนี้ = ยังยื่นขอ Low Priority ไม่ได้ ควรเริ่มขั้นตอน กกพ. ตั้งแต่เนิ่นๆ

3. อัตราไม่ได้ตายตัวตลอดไป — เคยปรับมาแล้ว

อัตรานี้กำหนดโดยมติ กกพ. และมีประวัติการปรับจริง จากเดิม 2.6369 บาทต่อหน่วย (ใช้ครบ 2 ปีตามนโยบาย) มาเป็น 2.9162 บาทต่อหน่วยในปัจจุบัน และยังมีค่า Ft ที่ปรับทุก 4 เดือนบวกเพิ่ม แผนการเงินของสถานีจึงควรมี buffer รองรับการเปลี่ยนแปลง ไม่ควรวางแผนบนสมมติฐานว่าค่าไฟจะเท่าเดิมตลอด 5 ปี

4. ผิดเงื่อนไขเมื่อไหร่ โดนคิด TOU ทันที

ประกาศของการไฟฟ้าระบุชัด กรณีผิดเงื่อนไขการบริหารจัดการแบบ Low Priority ค่าพลังงานไฟฟ้าจะถูกคิดเป็นอัตราตามช่วงเวลาการใช้ (TOU) แทน ซึ่งช่วง On-Peak แพงกว่าอัตรา Low Priority มาก นี่คือเหตุผลที่การติดตั้งระบบให้ถูกต้องตามข้อกำหนดตั้งแต่แรก และดูแลให้ระบบสื่อสารกับการไฟฟ้าทำงานปกติ สำคัญมากต่อกำไรระยะยาว

5. ค่าไฟขายส่ง ไม่ใช่ราคาขายปลีก — ส่วนต่างคือธุรกิจของคุณ

อัตรา Low Priority คือราคาที่สถานีซื้อไฟจากการไฟฟ้า ส่วนราคาที่เก็บจากผู้ใช้รถ EV เป็นสิทธิ์ของผู้ประกอบการแต่ละราย ตามที่ กกพ. ชี้แจงไว้ว่าค่าไฟที่ซื้อจากการไฟฟ้าเป็นเพียงต้นทุนส่วนหนึ่ง ค่าบริการอัดประจุเป็นอัตราที่ผู้ประกอบการกำหนดเอง ส่วนต่างตรงนี้หลังหักค่าใช้จ่ายอื่น คือกำไรของ EV Station การเข้าใจโครงสร้างนี้ช่วยให้ตั้งราคาขายแข่งขันได้โดยยังมีกำไร

สรุป + ทางลัดสำหรับคนไม่อยากจัดการเอง

Low Priority คุ้มจริงถ้าเข้าใจและรักษาเงื่อนไขทั้ง 5 ข้อได้ สำหรับผู้ลงทุนที่ไม่อยากตามเอกสาร กกพ. และข้อกำหนดทางเทคนิคเอง โมเดล EV Station Franchise ของ Flash Charge ออกแบบระบบให้ตรงเงื่อนไข Low Priority ตั้งแต่ต้น พร้อมทีมดูแลเอกสารครบวงจร ปรึกษาฟรีได้เลย

หมายเหตุ: เงื่อนไขโดยละเอียดเป็นไปตามประกาศของ PEA/MEA และมติ กกพ. ฉบับล่าสุด โปรดตรวจสอบก่อนยื่นจริง

บทความที่เกี่ยวข้อง

ทำไมค่าไฟ Low Priority ถึงถูกกว่าปกติ · วิธีขอใช้อัตรา Low Priority · อัปเดตอัตราล่าสุด PEA/MEA

คำถามที่พบบ่อย

ผิดเงื่อนไข Low Priority แล้วจะเกิดอะไรขึ้น

ตามประกาศของการไฟฟ้า หากสถานีผิดเงื่อนไขการบริหารจัดการแบบ Low Priority จะถูกคิดค่าพลังงานไฟฟ้าเป็นอัตราตามช่วงเวลาการใช้ (TOU) ของประเภทกิจการแทน ซึ่งมีต้นทุนสูงกว่ามาก โดยเฉพาะช่วง On-Peak จึงควรรักษาเงื่อนไขให้ครบตลอดเวลา

อัตรา Low Priority จะขึ้นราคาไหม

มีโอกาสปรับได้ เพราะอัตรานี้กำหนดโดยมติ กกพ. และมีการทบทวนเป็นระยะ ในอดีตเคยปรับจาก 2.6369 เป็น 2.9162 บาทต่อหน่วยหลังใช้ครบ 2 ปี และค่า Ft ปรับทุก 4 เดือน ผู้ประกอบการจึงควรติดตามประกาศและเผื่อ buffer ในแผนการเงินเสมอ

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  • การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA)
  • การไฟฟ้านครหลวง (MEA)
  • คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.)

สนใจลงทุนสถานีชาร์จ EV?

นัดประเมินทำเลเบื้องต้นฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย ไม่มีข้อผูกมัด — ทีมงานจะช่วยวิเคราะห์ศักยภาพพื้นที่ของคุณ

แอดไลน์ปรึกษาฟรี โทร 086-224-2929

ความคิดเห็น 0

ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็นกันเถอะ

แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็นจะแสดงหลังผ่านการตรวจสอบจากทีมงาน

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสบการณ์การใช้งานและวิเคราะห์สถิติผู้เข้าชม ตามนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA)